วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดรับสมัครสอบเข้ารับราชการ จำนวน 13 อัตรา สมัครด้วยตนเอง


กรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดรับสมัครสอบเข้ารับราชการ จำนวน 13 อัตรา สมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 1 – 21 มีนาคม 2559
ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
1.ตำแหน่งวิศวกรปฏิบัติการ 
จำนวน 9 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
-ได้รับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ทางวิศวกรรมโยธา ทางวิศวกรรมอุตสาหการ ทางวิศวกรรมไฟฟ้า และทางวิศวกรรมเครื่องกล
-เป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ. ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
2.ตำแหน่งวิศวกรรมเครื่องกลปฏิบัติการ
จำนวน 4 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
-ได้รับปริญญาโท ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทางวิศวกรรมเครื่องกล และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามที่กำหนด
-เป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ. ระดับปริญญาโท
การรับสมัคร
-ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ ห้องศูนย์สุขภาพ (ห้องกระเบื้อง) ชั้นดาดฟ้า อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 – 21 มีนาคม 2559 ในวันเวลาราชการ
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบกรมโรงงานอุตสาหกรรม
 
แนวข้อสอบวิศวกรปฎิบัติการ กรมโรงงานอุตสาหกรรม
1 ความรู้เกี่ยวกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม
2 ความรู้เรื่องการอุตสาหกรรม
3 การพัฒนาอุตสาหกรรม
4 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
5 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535
6 ระเบียบกรมโรงงานอุตสาหกรรม
7 แนวข้อสอบหลักความปลอดภัยในอุตสาหกรรม
8 การจัดความปลอดภัยในงานอุตสาหกรรม
9 ความรู้เรื่องการจัดการมลพิษภาคอุตสาหกรรม
10 การเตรียมตัวสอบภาค ค.กรมโรงงานอุตสาหกรรม
mp3 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535

แนวข้อสอบวิศวเครื่องกล กรมโรงงานอุตสาหกรรม

1 ความรู้เกี่ยวกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม
2 ความรู้เรื่องการอุตสาหกรรม
3 การพัฒนาอุตสาหกรรม
4 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
5 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535
6 ระเบียบกรมโรงงานอุตสาหกรรม
7 ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับหม้อน้ำ
8 การบริหารงานการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักกล
9 ความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรมเครื่องกล
10 แนวข้อสอบวิศวเครื่องกล
11 การเตรียมตัวสอบภาค ค.กรมโรงงานอุตสาหกรรม
ดาวน์โหลดแนวข้อสอบ ฟรีที่นี่  http://www.linkpost1.com/?cat=232
**พร้อมส่ง พร้อมอ่าน**
-ส่งเป็นไฟล์ PDF ปริ้นอ่านได้เลย ราคาเพียง 399 บาท (ได้รับภายในวันที่สั่งซื้อ)
-ส่งแบบหนังสือ + MP3 ส่งทางไปรษณีย์ ราคา 699 บาท (ฟรีส่ง EMS + MP3 )
ติดต่อสั่งซื้อแนวข้อสอบ
โทร 080-011-4755      Line ID : pitak_9
ชำระค่าสินค้าและบริการ
-ธ.กรุงไทย เลขที่บัญชี 983-0-97701-3
(ชื่อบัญชี ปาณิสรา พระกาย ออมทรัพย์ สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น)
โอนเงินแล้วแจ้ง โทร 080-011-4755       Line ID : pitak_9

กรมพลาธิการทหารบกเปิดรับสมัครสอบเป็นพนักงานราชการ 73 อัตรา


กรมพลาธิการทหารบกเปิดรับสมัครสอบเป็นพนักงานราชการ จำนวน 73 อัตรา รับสมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 7 - 15 มีนาคม 2559

ประกาศกรมพลาธิการทหารบก เรื่อง รับสมัครบุคคลพลเรือนและทหารกองหนุนเพื่อสอบคัดเลือกเป็นพนักงานราชการ ประจำปี 2559

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
1. ตำแหน่ง ช่างสี (เพศ ชาย)
จำนวน 2 อัตรา

2. ตำแหน่ง พนักงานผลิตสิ่งอุปกรณ์สายพลาธิการ (เพศ ชาย/หญิง)
จำนวน 47 อัตรา

3. ตำแหน่ง พนักงานธุรการ (เพศ ชาย/หญิง)
จำนวน 2 อัตรา

4. ตำแหน่ง พนักงานพัสดุ (เพศ ชาย/หญิง)
จำนวน 3 อัตรา

5. ตำแหน่ง พนักงานเกษตร (เพศ ชาย/หญิง)
จำนวน 4 อัตรา

6. ตำแหน่ง ลูกมือช่าง (เพศ ชาย)
จำนวน 3 อัตรา

7. ตำแหน่ง พนักงานดับเพลิง (เพศ ชาย)
จำนวน 1 อัตรา

8. ตำแหน่ง พนักงานบริการ
- ปฏิบัติหน้าที่พนักงานบริการ จำนวน 5 อัตรา  (เพศ ชาย/หญิง)
- ปฏิบัติหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัย จำนวน 6 อัตรา  (เพศ ชาย)

การรับสมัครสอบ
ผู้สนใจสมัครสอบ สมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 7 - 15 มีนาคม 2559 ในเวลาราชการ ณ สโมสรนายทหาร กรมพลาธิการทหารบก เลขที่ 3 ถนนติวานนท์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

รายละเอียดเพิ่มเติม
ไฟล์ประกาศรับสมัครสอบ

**ติดตามข่าวเปิดสอบที่เพจ ข่าวเปิดสอบงานราชการ แนวข้อสอบ ทุกหน่วยงานhttps://www.facebook.com/pitakchaiyasit/

**พร้อมส่ง พร้อมอ่าน**
-ส่งเป็นไฟล์ PDF ปริ้นอ่านได้เลย ราคาเพียง 399 บาท (ได้รับภายในวันที่สั่งซื้อ)
-ส่งแบบหนังสือ + MP3 ส่งทางไปรษณีย์ ราคา 699 บาท (ฟรีส่ง EMS + MP3 )
ติดต่อสั่งซื้อแนวข้อสอบ
โทร 080-011-4755      Line ID : pitak_9
ชำระค่าสินค้าและบริการ
-ธ.กรุงไทย เลขที่บัญชี 983-0-97701-3
(ชื่อบัญชี ปาณิสรา พระกาย ออมทรัพย์ สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น)

โอนเงินแล้วแจ้ง โทร 080-011-4755       Line ID : pitak_9

สมัครสอบ ก.พ. 2559 ภาค ก เปิดสอบ กพ แล้ว!!!

สำนักงาน ก.พ. เปิดสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ประจำปี 2559 (รอบทั่วไป) รับสมัครสอบทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 2 - 22 มีนาคม 2559

ประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปี 2559

ด้วยสำนักงาน ก.พ. จะดำเนินการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปี 2559 จึงประกาศรับสมัครสอบ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ระดับวุฒิการศึกษาที่รับสมัครสอบ
สำนักงาน ก.พ.  จะรับสมัครสอบ จำนวน 4 ระดับ ได้แก่
1. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
2. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) อนุปริญญา หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
3. ระดับปริญญาตรี
4. ระดับปริญญาโท

รายชื่อศูนย์สอบ และจำนวนที่นั่งสอบ

หมายเหตุ : จำนวนที่นั่งสอบอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม


การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 2 - 22 มีนาคม 2559 ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เว็บไซต์http://job3.ocsc.go.th/ หัวข้อ "การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปี 2559" ไม่เว้นวันหยุดราชการ

รายละเอียดเพิ่มเติม
ไฟล์ประกาศรับสมัครสอบ
แนวข้อสอบ กพ ภาค ก. วิชาความสามารถทั่วไปและวิชาภาษาไทย
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ ก.พ. ภาค ก

-------------------------------------------------

เปิดสอบภาค ก. พิเศษ ประจำปีงบประมาณ 2559

สำนักงาน ก.พ. เปิดสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) รอบพิเศษสำหรับส่วนราชการ ประจำปี 2559 รับสมัคร 2 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2558 และวันที่ 15 มีนาคม - 4 เมษายน 2559

ถาม - ตอบ เกี่ยวกับการสอบภาค ก. พิเศษ
1. ถาม : การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป สำหรับผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง หรือ ผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งและความเหมาะสอบกับตำแหน่ง ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการของส่วนราชการต่าง ๆ คืออะไร
ตอบ : เป็นการจัดสอบให้เฉพาะผู้ที่สอบผ่านภาค ข. ของส่วนราชการแล้ว แต่ยังไม่มีหนังสือรับรองภาค ก. เท่านั้นซึ่งเรียกกันสั้น ๆ ว่า “ภาค ก. พิเศษ”

2. ถาม : การสอบภาค ก. พิเศษ จะจัดขึ้นกับทุกส่วนราชการหรือไม่
ตอบ : จัดสอบเฉพาะบางส่วนราชการที่ประกาศรับสมัครสอบภาค ข. และ ค. จากผู้ที่ยังไม่มีหนังสือรับรองภาค ก. และเมื่อสอบผ่านภาค ข. แล้ว จะส่งชื่อ-สกุล ให้สำนักงาน ก.พ. เพื่อสอบภาค ก. ตามปฏิทินที่กำหนด

3. ถาม : ใน 1 ปี จะมีการเปิดรับสมัครสอบภาค ก. พิเศษ กี่ครั้ง
ตอบ : ขณะนี้สำนักงาน ก.พ. กำหนดปฏิทินการเปิดรับสมัครปีละ 2 ครั้ง
ครั้งที่ 1
- ส่วนราชการส่งรายชื่อผู้สอบผ่านฯ ให้สำนักงาน ก.พ. ภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2558
- ผู้มีสิทธิกรอกใบสมัครภาค ก. พิเศษ วันที่ 14 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2558
- สอบภาค ก. พิเศษ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558
ครั้งที่ 2
- ส่วนราชการส่งรายชื่อผู้สอบผ่านฯ ให้สำนักงาน ก.พ. ภายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559
- ผู้มีสิทธิกรอกใบสมัครภาค ก. พิเศษ วันที่ 15 มีนาคม - 4 เมษายน 2559
- สอบภาค ก. พิเศษ วันที่ 24 เมษายน 2559

4. ถาม : หากสอบภาค ก. พิเศษ ผ่านแล้ว จะสามารถนำหนังสือรับรองการสอบผ่านภาค ก. ไปใช้สมัครสอบกับส่วนราชการอื่นได้หรือไม่
ตอบ : สามารถนำไปใช้ได้เพราะเป็นการสอบที่ดำเนินการโดยสำนักงาน ก.พ. และใช้หลักสูตรการสอบเดียวกัน

5. ถาม : หากสอบภาค ก. พิเศษแล้ว ผ่านวิชาความสามารถทั่วไปและวิชาภาษาไทย แต่ไม่ผ่านวิชาภาษาอังกฤษ จะมีการเปิดสอบซ่อมวิชาภาษาอังกฤษหรือไม่
ตอบ : สำนักงาน ก.พ. จะไม่จัดสอบเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษให้อีกในการสอบภาค ก. พิเศษ แต่ผู้สมัครสอบสามารถยื่นหลักฐานการรับรองผลภาษาอังกฤษอื่น ๆ ตามที่ ก.พ. กำหนด ในวันสอบข้อเขียนภาค ก. พิเศษ

6. ถาม : หลักฐานภาษาอังกฤษอื่น ๆ มีอะไรบ้าง
ตอบ : หลักฐานรับรองผลที่ยังไม่หมดอายุจากการทดสอบ TOEFL (ไม่รวม TOEFL ITP) TOEIC IELTS CU TEP และ TU GET และได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของการทดสอบนั้น ๆ

7. ถาม : จะทราบได้อย่างไรว่าส่วนราชการไหนกำลังเปิดรับสมัครสอบอยู่บ้าง
ตอบ : ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ http://job.ocsc.go.th หัวข้อ “ประกาศรับสมัครเข้ารับราชการ” หรือติดตามข่าวงานราชการได้ที่ www.ประกาศผลสอบ.com/all-cate-prd.php?cate_id=3

*** อธิบายเพิ่มเติม
ภาค ก. คือ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
ภาค ข. คือ ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
ภาค ค. คือ ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
ส่วนราชการ คือ หน่วยงานของรัฐ เช่น กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน


ประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป สำหรับผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง หรือผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งและความเหมาะสมกับตำแหน่ง ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการของส่วนราชการต่างๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
1. ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง หรือผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งและความเหมาะสมกับตำแหน่งของส่วนราชการ
2. ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36  แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและระดับวุฒิการศึกษาตามที่ส่วนราชการประกาศสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
*** อธิบายเพิ่มเติม
1. ผู้สมัครสอบจะต้องสอบผ่านภาค ข. ภาค ค. หรือสอบผ่านทั้งภาค ข. และภาค ค. ของส่วนราชการที่เปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเสียก่อน จึงจะมีสิทธิสอบภาค ก. ของ ก.พ.
2. ผู้สมัครสอบจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง วุฒิการศึกษาตรงตามที่ส่วนราชการประกาศรับสมัครฯ (หากไม่ตรงถึงแม้สอบผ่านทุกภาคก็ไม่ได้บรรจุแต่งตั้งเพราะขาดคุณสมบัติ)


การดำเนินการ
สำนักงาน ก.พ. จะดำเนินการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป สำหรับผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง หรือผู้สอบผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งและความเหมาะสมกับตำแหน่งของส่วนราชการแล้วจึงจะให้เฉพาะผู้สอบผ่านการสอบดังกล่าวเท่านั้นมาสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของ ก.พ. ต่อไป โดยเปิดรับสมัครสอบปีละ 2 ครั้ง หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
*** อธิบายเพิ่มเติม
สำนักงาน ก.พ. จะดำเนินการสอบภาค ก.สำหรับผู้สอบผ่านภาค ข. ภาค ค. หรือภาค ข. และภาค ค. ของส่วนราชการ จึงจะให้ผู้สอบผ่านดังกล่าวเท่านั้น สอบในภาค ก. โดยสำนักงาน ก.พ. จะเปิดรับสมัครสอบลักษณะนี้ปีละ 2 ครั้ง หรือตามที่ ก.พ. กำหนด (ส่วนราชการนั้นๆจะส่งข้อมูลผู้สอบผ่านภาค ข. ภาค ค. หรือภาค ข. และภาค ค. ให้สำนักงาน ก.พ. ก่อนวันเปิดรับสมัครตามกำหนดการสอบที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดไม่น้อยกว่า 10 วันทำการ)



การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เว็บไซต์ http://job3.ocsc.go.th/ หัวข้อ "การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปสำหรับส่วนราชการ (ภาค ก. พิเศษ) ประจำปี 2559" ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ครั้งที่ 1 เปิดรับสมัครสอบตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2558
ครั้งที่ 2 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม - 4 เมษายน 2559

รายละเอียดเพิ่มเติม
ไฟล์ประกาศรับสมัครสอบ
แนวข้อสอบ กพ ภาค ก. วิชาความสามารถทั่วไปและวิชาภาษาไทย
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ ก.พ. ภาค ก

**ติดตามข่าวเปิดสอบที่เพจ ข่าวเปิดสอบงานราชการ แนวข้อสอบ ทุกหน่วยงาน


**พร้อมส่ง พร้อมอ่าน**
-ส่งเป็นไฟล์ PDF ปริ้นอ่านได้เลย ราคาเพียง 399 บาท (ได้รับภายในวันที่สั่งซื้อ)
-ส่งแบบหนังสือ + MP3 ส่งทางไปรษณีย์ ราคา 699 บาท (ฟรีส่ง EMS + MP3 )
ติดต่อสั่งซื้อแนวข้อสอบ
โทร 080-011-4755      Line ID : pitak_9
ชำระค่าสินค้าและบริการ
-ธ.กรุงไทย เลขที่บัญชี 983-0-97701-3
(ชื่อบัญชี ปาณิสรา พระกาย ออมทรัพย์ สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น)
โอนเงินแล้วแจ้ง โทร 080-011-4755       Line ID : pitak_9 

กรมการทหารช่าง เปิดสอบทหารชั้นประทวน 100 อัตรา 2-15 มี.ค.59

รับสมัครทหารกองหนุน และบุคคลพลเรือนชายเข้ารับราชการ


ประกาศรับสมัครทหารกองหนุน และบุคคลพลเรือนชายเข้ารับราชการเป็นนายทหารชั้นประทวน(อัตรา สิบเอก) ประจำปีงบประมาณ 2559 จำนวน 100 อัตรา (คุณวุฒิวิชาชีพ)วันที่ 2 – 15 มีนาคม 59
 รายละเอียดเพิ่มเติมที่http://www.engrdept.com/100vichacheep.pdf
คลิกถูกในเพจติดตามข่าวสารได้ที่


แนวข้อสอบ กรมการทหารช่าง ใหม่ล่าสุดรวมทุกอย่างที่ออกสอบ
– แนวข้อสอบความรู้ทั่วไป – แนวข้อสอบภาษาไทย– แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ-แนวข้อสอบวิชาทหาร

เลือกตามสาขาที่สอบ– สาขาช่างกล, ช่างกลโรงงาน, เครื่องกล
– สาขาก่อสร้าง
– สาขาวิชาช่างเชื่อม หรือช่างอุตสาหกรรม สาขาช่างกลโลหะ
– สาขาวิชาช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
** ติดต่อสอบถาม/สั่งซื้อแนวข้อสอบ
โทร 080-011-4755 [ครูโจ]
Line ID : pitak_9

-แบบไฟล์ สามารถนำไปปริ้นเพื่ออ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท(ได้รับภายในวันที่โอน)

-แบบหนังสือ +MP3 ส่ง EMS ทางไปรษณีย์ ราคา 699 บาท (รวมค่าจัดส่งเเล้ว)

ชำระค่าสินค้าและบริการ 
-ธ.กรุงไทย เลขที่บัญชี 983-0-97701-3 
(ชื่อบัญชี ปาณิสรา พระกาย ออมทรัพย์ สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น)

โอนเงินแล้วแจ้ง
โทร 080-011-4755 
Line ID : pitak_9

ขอบคุณที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของท่าน
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี
****ขอบคุณคับ****
*** ห้ามพลาด....ข้อสอบใหม่ล่าสุดพร้อมเฉลยตรงทุกคำตอบ***
....เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาออกไปซื้อหนังสือ หรือออกไปติว
สรุป เนื้อหาครบถ้วน อ่าน และเข้าใจง่าย
>>มีตัวอย่างข้อสอบ พร้อมเฉลย แม่นยำ<<
....การันตีคุณภาพ ....

การเลี้ยงจิ้งหรีด จิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีด


จิ้งหรีด เป็นแมลงที่มีลักษณะปากเป็นแบบปากกัด มีตารวมหนวดยาวขาคู่หลังมีขนาดใหญ่
และแข็งแรง เพศเมียปีกเรียวและมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนท้อง เพศผู้มีปีกคู่หน้าย่นสามารถทำเสียงได้ จิ้งหรีดจัดเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่พบได้ในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะเขตร้อนอย่างประเทศไทย จิ้งหรีดมักกัดกินต้นกล้าของพืช ใบพืช ส่วนที่อ่อนๆ เป็นอาหาร จิ้งหรีดมีหลายชนิด หลายขนาดแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมลักษณะพิเศษของจิ้งหรีดที่แตกต่างจากแมลงชนิดอื่นอย่างโดดเด่นและสังเกตได้ง่ายคือ การส่งเสียงร้องและการผสมพันธุ์ที่เพศเมียจะคร่อมบนเพศผู้เสมอและแข็งแรง เพศเมียปีกเรียวและมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนท้อง เพศผู้มีปีกคู่หน้าย่นสามารถทำเสียงได้ จิ้งหรีดจัดเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่พบได้ในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะเขตร้อนอย่างประเทศไทย จิ้งหรีดมักกัดกินต้นกล้าของพืช ใบพืช ส่วนที่อ่อนๆ เป็นอาหาร จิ้งหรีดมีหลายชนิด หลายขนาดแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมลักษณะพิเศษของจิ้งหรีดที่แตกต่างจากแมลงชนิดอื่นอย่างโดดเด่นและสังเกตได้ง่ายคือ การส่งเสียงร้องและการผสมพันธุ์ที่เพศเมียจะคร่อมบนเพศผู้เสมอ
       ปัจจุบันคนนิยมบริโภคจิ้งหรีดเป็นอาหาร เพราะมีโปรตีนสูง ปลอดสารพิษ ในธรรมชาติจะหาจิ้งหรีดมาเพื่อบริโภคได้ไม่มากนัก บางฤดูมีมาก บางฤดูแทบจะหาไม่ได้เลย เช่นฤดูหนาว จิ้งหรีดจะขนายพันธุ์ช้า หากมีการจัดการที่ดี จะมีจิ้งหรีดไว้บริโภคหรือจำหน่ายได้ตลอด

ชนิดของจิ้งหรีด จิ้งหรีดที่พบในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย มี 5 ชนิด1. จิ้งหรีดดำ ลำตัวกว้างประมาณ 0.70 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. ตามธรรมชาติมี 3 สี คือ สีดำ สีทอง สีอำพัน โดยลักษณะที่เด่นชัดคือ จะมีจุสีเหลืองที่โคนปีก 2 จุด2. จิ้งหรีดทองแดง ลำตัวกว้างประมาณ 0.60 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. มีลำตัวสีน้ำตาล เพศผู้มีสีเข้มกว่าเพศเมีย ส่วนหัวเหนือขอบตารวมต้านบนแต่ละด้านมีแถบสีเหลือ มองดูคล้าย
หมวกแก๊ป มีความว่องไวมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกจิ้งหรีดนี้เป็นภาษาถิ่นว่า จินาย อิเจ๊ก จิ้งหรีดม้า เป็นต้นหมวกแก๊ป มีความว่องไวมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกจิ้งหรีดนี้เป็นภาษาถิ่นว่า จินาย อิเจ๊ก จิ้งหรีดม้า เป็นต้นหมวกแก๊ป มีความว่องไวมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกจิ้งหรีดนี้เป็นภาษาถิ่นว่า จินาย อิเจ๊ก จิ้งหรีดม้า เป็นต้น3. จิ้งหรีดเล็ก มี ขนาดเล็กที่สุด สีน้ำตาล บางท้องที่เรียกว่า จิลอ จิ้งหรีดผี หรือ แอ้ด เป็นต้น ลักษณะคล้ายจิ้งหรีดพันธุ์ทอดแดง แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยขนาดประมาณหนี่งในสามของ
จิ้งหรีดพันธุ์ทองแดงจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดงจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง4. จิ้งโก่ง เป็นจิ้งหรีดขนาดใหญ่ สีน้ำตาล ลำตัวกว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 3.50 ซม. ชอบอยู่ในรูลึก โดยจะขุดดินสร้างรังอาศัยได้เอง และพฤติกรรมชอบอพยพย้ายที่อยู่เสมอ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น จิโปม จิ้งกุ่ง เป็นต้น5. จิ้งหรีดทองแดงลาย มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีปีกครึ่งตัว และชนอดที่มีปีกยาวเหมือนจิ้งหรีดทั่วไป ตัวเต็มวัยสีน้ำตาลเข้ม ลำตัวกว้างประมาณ 0.53 ซม. ยาวประมาณ 2.05 ซม. ตัวเต็มวัยเหมือนพันธุ์ทองดแดงแต่เล็กกว่าประมาณครึ่งหนึ่งประโยชน์การเลี้ยงจิ้งหรีด1. เป็นทางเลือกหนึ่งในการประกอบอาชีพ 2. เพื่อส่งเสริมให้มีอาหารปลดสารพิษไว้บริโภค 3. เป็นกิจกรรมยามว่าง ส่งเสริมสุขภาพจิต โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 4. เป็นอาหารสัตว์ เช่น ไก่ กบ เป็น ปลา และอื่น ๆ 5. ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง (จิ้งหรีดกระป๋อง) 6. เพื่อการกีฬา เช่น ใช้เป็นเหยื่อตกปลาชีววิทยาของจิ้งหรีดจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดงลาย รูปร่างลักษณะเป็นจิ้งหรีดขนาดเล็ก ตัวเต็มวัยสีน้ำตาลเข้ม
ลำตัวกล้าประมาณ 0.53 ซม. ยาวประมาณ 2.05 ซม. ตัวเต็มวัยเหมือนพันธุ์ทอดงแดงลายแต่เล็กกว่า ประมาณครึ่งหนึ่ง ลักษณะนิสัย กินอาหารเก่ง โตไว ไม่ชอบบินเดินนุ่มนวลน่ารักวงจรชีวิตไข่สีขาวนวล ลักษณะเรียวยาวคล้ายเม็ดข้าวสาร ไข่เมื่อฟักนาน ๆ จะมีสีเหลือ และดำ ก่อนจะฟักออกเป็นตัวอ่อน ใช้เวลาประมาณ 13 -14 วัน ถ้าเป็นฤดูหนาวประมาณ 20 วัน ตัวอ่อน ฟักออกจากไข่ใหม่ ๆ มีสีครีมต่อมาเปลี่ยนเป็นสีดำและมีลายม่วง มีการลอกคราบ7 ครั้ง ระยะตัวอ่อนประมาณ 40 วัน ตัวเต็มวัย อายุ 40 วันขึ้นไป มีสีน้ำตาลเข้ม ตัวเล็กกว่าพันธุ์ทองแดง

ความแตกต่างของเพศผู้และเพศเมียเพศผู้ ปีกคู่หน้าย่น สามารถทำให้เกิดเสียงได้ โดยใช้ปีกคู่หน้าถูกัน เสียงที่จิ้งหรีดทำขึ้น
เป็นการสื่อสารที่มีความหมายของจิ้งหรีดเพศเมีย ปีกคู่หน้าเรียบ และมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลม คล้ายเข็มยาวประมาณ 1.50 ซม. การทำเสียงของเพศผู้เกิดจากการใช้ปีกคู่หน้าถูหรือสีกัด ปกติปีกจะทับกันเหนือลำตัวเพศผู้ปีกขวาจะทับปีกซ้าย ส่วนเพศเมียปีกซ้ายจะทับปีกขวา เวลาร้องจะยกปีกคู่หน้าขึ้นใช้ขอบของโคนปีกซ้ายหรือสีกับฟันซี่เล็ก ๆ ที่เรียงกันเป็นแถวที่โคนด้านในของปีกขวาพร้อม ๆ กับการโยกตัว เสียงร้องจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมของจิ้งหรีดในขณะนั้น เช่นลักษณะ

แสดงพฤติกรรม1. กริกกริกกริกนานๆ อยู่โดนเดี่ยว ต้องการหาคู่ หรือหลงบ้านบางครั้งพเนจรร้องไปเรื่อย ๆ 2. กริกกริกกริก..เบา ๆ และถี่ ติดต่อกัน ต้องการผสมพันธุ์ ตัวผู้จะท้ายหลังเข้าหาตัวเมีย เพื่อขึ้นคร่อมรับการผสมพันธุ์ 3. กริกกริกกริก..ยาวดัง ๆ 2 – 3 ครั้ง โกรธ หรือแย่งความเป็นเจ้าของ 4. กริกกริก..กริก..ลากเสียงยาว ๆ ประกาศอาณาเขต หาที่อยู่ได้แล้วการผสมพันธุ์เมื่อลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยประมาณ 3-4 วัน ก็จะเริ่มผสมพันธุ์ ตัวผู้จะส่งเสียงเรียกหาตัวเมีย ตอนแรกจะส่งเสียงเรียกหาตัวเมีย ตอนแรกจะส่งเสียงดังและร้องเป็นช่วงยาว ๆ เพื่อให้ตัวเมียเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ จิ้งหรีดจะอาศัยเสียงร้องเท่านั้น จึงจะเห็นเพศตรงข้าม เนื่องจากสายตาไม่ดี หนวดรับการสัมผัสไม่ค่อยดี จะสังเกตได้ เมื่อตัวเมียเกาะอยู่นิ่ง ๆ ตัวผู้จะเดินผ่านไปทั้ง ๆ ตัวเมียอยู่ใกล้ เมื่อพบตัวเมียแล้วเสียงร้องจะเบาลงเป็นจังหวะสั้น ๆ กริก..กริก..กริก.. ถอยหลังเข้าหาตัวเมีย เพื่อให้ตัวเมียขึ้นคร่อมรับการผสมพันธุ์ ใช้เวลาประมาณ
10 – 15 นาที โดยตัวผู้จะยื่นอวัยวะเพศแทงไปที่อวัยวะเพศเมีย แล้วปล่อยถุงน้ำเชื้อมีลักษณะ
ปลายเป็นลูกศรออกไปติดที่อวัยวะเพศเมีย หลังจากนั้น ถุงนำเชื้อจะฝ่อลง ตัวเมียจะใช้ขาเขี่ย
ถุงน้ำเชื้อทิ้งไป 10 – 15 นาที โดยตัวผู้จะยื่นอวัยวะเพศแทงไปที่อวัยวะเพศเมีย แล้วปล่อยถุงน้ำเชื้อมีลักษณะปลายเป็นลูกศรออกไปติดที่อวัยวะเพศเมีย หลังจากนั้น ถุงนำเชื้อจะฝ่อลง ตัวเมียจะใช้ขาเขี่ยถุงน้ำเชื้อทิ้งไป 10 – 15 นาที โดยตัวผู้จะยื่นอวัยวะเพศแทงไปที่อวัยวะเพศเมีย แล้วปล่อยถุงน้ำเชื้อมีลักษณะปลายเป็นลูกศรออกไปติดที่อวัยวะเพศเมีย หลังจากนั้น ถุงนำเชื้อจะฝ่อลง ตัวเมียจะใช้ขาเขี่ยถุงน้ำเชื้อทิ้งไปการวางไข่หลังจากผสมพันธุ์แล้ว 3- 4 วัน ตัวเมียจะเริ่มวางไข่โดยใช้อวัยวะที่ยาวแหลมคล้ายเข็ม
ความยาวประมาณ 1.50 ซม. แทงลงไปในดินลึก 1-1.50 ซม. และวางไข่เป็นกลม ๆ ละ
3 – 4 ฟอง ตัวเมีย 1 ตัว จะวางไข่ได้ประมาณ 1,000 – 1,200 ฟอง ปริมาณไข่สูงสุดช่วง
วันที่ 15 -16 นับจากการผสมพันธุ์ จากนั้นไข่จะลดลงเรื่อย ๆ จนหมดอายุขัยความยาวประมาณ 1.50 ซม. แทงลงไปในดินลึก 1-1.50 ซม. และวางไข่เป็นกลม ๆ ละ 3 – 4 ฟอง ตัวเมีย 1 ตัว จะวางไข่ได้ประมาณ 1,000 – 1,200 ฟอง ปริมาณไข่สูงสุดช่วงวันที่ 15 -16 นับจากการผสมพันธุ์ จากนั้นไข่จะลดลงเรื่อย ๆ จนหมดอายุขัยความยาวประมาณ 1.50 ซม. แทงลงไปในดินลึก 1-1.50 ซม. และวางไข่เป็นกลม ๆ ละ 3 – 4 ฟอง ตัวเมีย 1 ตัว จะวางไข่ได้ประมาณ 1,000 – 1,200 ฟอง ปริมาณไข่สูงสุดช่วงวันที่ 15 -16 นับจากการผสมพันธุ์ จากนั้นไข่จะลดลงเรื่อย ๆ จนหมดอายุขัย

วัสดุ อุปกรณ์การเลี้ยงจิ้งหรีด1. บ่อจิ้งหรีด วัสดุที่จะนำมาเป็นสถานที่เพาะเลี้ยง เช่น บ่อซีเมนต์ กะละมัง ปิ๊บ โอ่ง ถังน้ำ เป็นต้น 2. เทปกาวใช้ติดรอบในด้านบนเพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดออกนอกบ่อ ใช้พลาสติกกว้างประมาณ 5 ซม. ให้ยาวเท่าเส้นขอบวง
3.
ยางรัดปากวง ใช้ยางในรถจักรยานยนต์ ตัดให้มีขนาดกว้างน้อยกว่าขอบวงด้านนอกเพื่อความสะดวกเมื่อเวลายืดรัดตาข่ายกับขอบวง
4. ตาข่ายไนล่อนสีเขียว เป็นตาข่ายสำหรับปิดปากบ่อจิ้งหรีดป้องกันการบินหนีของจิ้งหรีดและป้องกันศัตรูเข้าทำลายจิ้งหรีดตัดให้มีขนาดใหญ่กว่าบ่อจิ้งหรีดเล็กน้อย
5.วัสดุรองพื้นบ่อ ใช้แกลบใหม่ๆ รองพื้นหนาประมาณ 1 ฝ่ามือ 6.ที่หลบภัย ใช้เป็นที่หลบซ่อนตัว อาศัยอยู่ เช่น ถาดไข่ชนิดที่เป็นกระดาษ ไม้ไผ่ตัดเป็นท่อนๆ เข่งปลาทู 7. ถาดให้อาหาร ควรเป็นถาดที่ไม่ลึกมาก เพื่อให้จิ้งหรีดได้กินอาหารได้สะดวก 8. ภาชนะให้น้ำ ใช้ที่ให้น้ำสำหรับลูกไก่และต้องมีหินวางไว้สำหรับให้จิ้งหรีดเกาะได้ไม่ตกน้ำ 9. ถาดไข่ สำหรับใช้เป็นที่วางไข่โดยใช้ขันอาบน้ำทั่ว ๆ ไป วัสดุที่ใส่ ใช้ขี้เถ้าแกลบดำ รดน้ำให้ชุ่ม

 โรคและศัพตรูของจิ้งหรีดจิ้งหรีดเป็นแมลงที่ไม่ค่อยมีโรคและศัตรูรบกวนมากนัก ควรป้องกันไว้ก่อนดีกว่าการกำจัด ซึ่งจะเป็ฯอันตราต่อจิ้งหรีดและผู้บรืโภคโรคทางเดินอาหาร เกิดจากจิ้งหรีดได้รับอาหารที่ไม่สะอาด เกิดเชื้อรา วิธีป้องกัน คือ การให้อาหารที่มีจำนวนพอเหมาะกับจำนวนจิ้งหรีดเมื่อเก็บผลผลิตหมดแล้วควรทำ ความสะอาดบ่อก่อนนำจิ้งหรีดรุ่นใหม่มาเลี้ยงสัตว์ศัตรู เช่น มด จิ้งจก ไร แมงมุน ป้องกันโดยโช้ตาข่ายคลุมให้มิดชิด


ติดตามได้ที่

โทร 0879448061 (ดารา)
โดย สิริภัทร เพ็งวงษา